ตำรวจน้ำสกัดสปีดโบ๊ท ขนอาวุธสงครามกลางทะเลตราด ยึด AK-47 2 กระบอก กระสุนกว่า 2.4 หมื่นนัด จับผู้ต้องหาได้ 1 ราย อ้างแค่รับจ้างขนของ ไม่รู้เป็นอาวุธ โดยไปรับมาจากชาวกัมพูชา

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน. สั่งการให้ พ.ต.อ.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ ผกก.5 บก.รน. พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สว.ส.รน.5 กก.5 บก.รน. พร้อมกำลังตำรวจน้ำ ร่วมกันจับกุม นายสมจิตร อายุ 51 ปี ข้อหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือฯ”

พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นปืนอาก้า (AK-47) จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนอาก้า 23,640 นัด กระสุนปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 765 นัด แมกกาซีนปืนอาก้า 102 อัน และเรือยนต์สปีดโบ๊ทสีขาว-น้ำเงิน ไม่มีชื่อและหมายเลขทะเบียน ขนาด 3.37 ตันกรอส จับได้บริเวณท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับแจ้งเบาะแสว่า จะมีการใช้เรือสปีดโบ๊ทออกไปรับสิ่งของต้องสงสัยกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด ก่อนลำเลียงกลับเข้าฝั่งในพื้นที่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือลำดังกล่าวตั้งแต่ออกจากท่าเรือ

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบเรือสปีดโบ๊ทเป้าหมาย วิ่งกลับเข้าฝั่ง มุ่งหน้ามายังท่าเทียบเรือจุดเดิมที่ออกไป จึงนำเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำเข้าสกัดและตรวจค้น พบของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงควบคุมตัวนายสมจิตรดำเนินคดี

สอบสวน นายสมจิตรให้การรับสารภาพอ้างว่า ได้รับจ้างขนของ แต่ไม่ทราบว่าสิ่งของที่รับมานั้นเป็นอาวุธสงคราม โดยอาวุธและเครื่องกระสุนทั้งหมดรับมาจากชาวกัมพูชา ขับเรือนำสิ่งของมาส่งให้กลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด จากนั้นตนกับนายศักรินทร์ จะนำเรือสปีดโบ๊ทกลับเข้าฝั่งมายังท่าเทียบเรือในพื้นที่ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด เป็นจุดเดียวกับที่เรือออกไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ขณะเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมและตรวจค้นเรือ นายศักรินทร์ หรือ “ตู่” ผู้ร่วมขบวนการ อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีไปได้ จึงควบคุมตัวนายสมจิตร ส่ง สภ.แหลมงอบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามนายศักรินทร์ มาดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป